Archive

Archive for March 8th, 2010

งัดธันวา52รับมือ ทหารห้าพัน ป้องกันป่วนปีใหม่

March 8th, 2010

หน่วยงานด้านความมั่นคง ระดมกำลังทหาร ตำรวจ พลเรือนกว่า 5,000 นาย ป้องกันเหตุป่วนปีใหม่ โดยจะพร้อมออกปฏิบัติงานภายใน 1 ชั่วโมง แม้เบื้องต้นยังไม่มีรายงานจะมีเหตุร้าย …

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เข้าประชุมร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงที่ กองบัญชาการกองทัพบก โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการผบ.ตร. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ. พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสธ.ทบ. พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.ท.สัณฐาน ชยานนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง เพื่อสรุปสถานการณ์และมาตรการการดูแลรักษาความปลอดภัยในช่วงปีใหม่ ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. 2552 – วันที่ 3 ม.ค. 2553

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวหลังการประชุมว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลรายงานภาพรวมและแผนการปฏิบัติ โดยจะใช้แผนธันวา 52 ซึ่งจากการประเมินสถานการณ์จากฐานข้อมูลข่าวสาร ยังไม่มีข้อมูลว่าจะมีเหตุวุ่นวายและความรุนแรงเกิดขึ้น แต่หน่วยด้านความมั่นคงเห็นว่าเพื่อความไม่ประมาท จึงจะบูรณาการการทำงานด้วยการสนธิกำลังจากทหาร ตำรวจและพลเรือน จัดเตรียมกำลังไว้ โดยในส่วนของกองทัพแบ่งออกเป็น3 ส่วน คือการจัดกำลังจากสารวัตรทหาร(สห.) จากกองทัพบก กองทัพเรือและกองทัพอากาศ จำนวน 150 นาย ออกปฏิบัติงานวันที่ 31 ธ.ค.2552

นอกจากนี้ยังเตรียมกำลังไว้ในที่ตั้งพร้อมออกปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 1-3 ม.ค. 2553 ทันที่ที่มีการร้องขอภายใน 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดรวมทั้งสุนัขทหาร หากมีเหตุการณ์ กองทัพพร้อมสนับสนุนได้ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.ทันที และหากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 ม.ค. สามารถออกปฏิบัติได้ภายใน 1 ชั่วโมงเช่นกัน และ เตรียมกองรักษาความสงบเรียบร้อยจำนวน 3 กองร้อย พร้อมอยู่ในที่ตั้ง ออกปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 1-3 ม.ค.2553 สามารถออกปฏิบัติงานได้ทันที ที่ได้รับการร้องขอภายใน 4 ชั่วโมง ขณะที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังดูแลความเรียบร้อยในช่วงวันที่ 31 ธ.ค.52 -3 ม.ค.53 จำนวน 2 พันนาย รวมทั้งยังมีกำลังสำรองเตรียมไว้อีก 2,600 นาย ส่วนกทม.จะตั้งศูนย์อำนวยการเพื่อดูแลภาพรวม

พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่จะทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนได้เฉลิมฉลองปีใหม่ด้วยความสุข สนุกสนาน อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบเห็นสิ่งผิดปกติขอให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ของรับทุกส่วนเพื่อมาดูแลได้ทันท่วงที

ข่าวการเมือง

น้ำโขง จ.มุกดาหาร ลดต่ำสุดในรอบ 30 ปี

March 8th, 2010
สถานการณ์น้ำเข้าสู่ภาวะวิกฤติ เรือโดยสารข้ามฝากต้องเดินทางหลายกิโลเมตร เพื่ออ้อมโขดหินกลางน้ำทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ด้านผู้ว่าฯ ขอให้ประชาชน ใช้น้ำอย่างประหยัด…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (7 มี.ค.) ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงบริเวณเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร มีระดับลดลงเรื่อยๆ ล่าสุดที่บริเวณท่าเทียบเรือ ท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร ระดับน้ำที่ลดลงทำให้มองเห็นโขดหินขนาดน้อยใหญ่ โผล่ขึ้นกลางแม่น้ำ ทำให้เรือโดยสารข้ามฟากจากมุกดาหารไปแขวงสะหวันนะเขต ไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ต้องเดินทางอ้อมลงไปทางใต้ตามล่องน้ำแคบๆ อีกหลายกิโลเมตร จึงสามารถข้ามไปได้ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น

นายชูชาติ เปรียมจิตร์ หัวหน้าศูนย์สำรวจอุทกวิทยามุกดาหาร กล่าวว่า ระดับน้ำโขงที่บริเวณหน้าศูนย์สำรวจอุทกวิทยามุกดาหาร วัดได้ต่ำกว่าตลิ่ง 11.48 เมตร ซึ่งมีระดับต่ำกว่าปีที่ผ่านมา และมีระดับต่ำมากที่สุดในรอบ 30 ปี สาเหตุเนื่องจากในปีที่ผ่านมามีฝนตกลงมาน้อย ประกอบกับจีนได้ทำเขื่อนกักเก็บน้ำบริเวณต้นน้ำโขง และมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนลงมาน้อยทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขง มีระดับน้ำลงเรื่อยๆ บางจังหวัดไม่สามารถใช้เรือโดยสารข้ามฟากได้ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก

ด้านนายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผวจ.มุกดาหาร กล่าวว่า ในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค.53 เป็นช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนเข้าสู่ฤดูร้อน หรือหน้าแล้ง ประกอบกับอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนิโญ ทำให้สถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้มาเร็วกว่าปกติ เฉพาะมุกดาหารมีหลายพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค โดยจังหวัดได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติทั้งจังหวัด พร้อมได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติภัยแล้งในระดับจังหวัดและใน แต่ละอำเภอ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที

ผวจ.มุกดาหาร กล่าวด้วยว่า ขณะนี้หลายหน่วยงาน โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มีการนำน้ำอุปโภคบริโภคไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนตาม หมู่บ้านต่างๆ แล้ว อย่างไรก็ตาม ขอความมือประชาชนให้ใช้น้ำอย่างประหยัด และขอความร่วมมือไม่ให้เผาตอชังข้าว หรือเผาป่า เพื่อล่าสัตว์หรือทำไร่ เพราะอาจก่อให้เกิดไฟป่าลุกลามสร้างความเสียหายให้แก่ ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือทรัพยากรธรรมชาติ
ที่มา ไทยรัฐ

ข่าวเด่นประจำวัน , , ,