วันนี้ ( 25 พ.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมครม. ถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มนปช.ที่อาจเปลี่ยนไปอยู่ใต้ดิน ว่า ตอนนี้ยังเรียบร้อยดี ต่อข้อถามว่าความเงียบถือว่าน่ากลัวหรือไม่ นายถวิล กล่าวว่า ไม่เป็นไร ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ส่วนที่มีข่าวว่าผู้ก่อการอาจเปลี่ยนเป้าจากการเผาศาลากลางไปตาม อบต.หรือโรงเรียนนั้น ตนมั่นใจว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย เพราะมีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่ ทั้งนี้เราต้องทำทุกอย่างตามกฎหมาย ตรงไปตรงมา และมีมาตรฐานเดียว จึงไม่ต้องห่วง เจ้าหน้าที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ อย่างไรก็ตามอยากให้ทุกฝ่ายออกมาช่วยกันดูแลและนำความสงบเรียบร้อยกลับมาสู่สังคมไทย
เมื่อถามว่าพื้นที่ใดบ้างที่ยังน่าห่วงอยู่ นายถวิล กล่าวว่า ตอนนี้ห่วงอยู่ทุกจังหวัด เพราะยังไม่เลิกเลยแม้จังหวัดเดียว ส่วนการคง พรก.ฉุกเฉินฯไว้ก่อนนั้น ศอฉ.ประเมินอยู่ทุกระยะ โดยเฉพาะทางจังหวัดภาคอีสานอาจมีการพิจารณาให้คงไว้ต่ออีก 3 เดือน. ที่มา:www.dailynews.co.th
wie2007 news ถวิล, เผาศาลากลาง, เสื้อแดง, แกนนำเสื้อแดง, ใต้ดิน
วันนี้ ( 25พ.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผศ.นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. ขอให้เร่งปรับปรุงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมี พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา(สบ10) เป็นผู้แทนรับมอบ
ผศ.นพ.ตุลย์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่ผ่านมา เป็นที่ทราบกันดีว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้หลายฝ่ายไม่สบายใจกับท่าทีดังกล่าว จึงข้อเรียกร้องให้ 1. เจ้าหน้าที่ตำรวจสำนึกในหน้าที่ รักษาและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการดำเนินคดีกับบุคคลที่มีพฤติกรรมหมิ่นและล้มล้างสถาบันฯ 2.ผู้บังคับบัญชาต้องให้การดูแลทุกข์สุขของผู้ใต้บังคับบัญชา และให้ความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้าย ไม่ให้มีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง 3.ขอให้มีการสอบวินัยร้ายแรงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปล่อยปละให้มีการปิดถนน ยึดอาวุธ เผายางรถยนต์ เผาทำลายสถานที่ราชการและเอกชน และ 4.ข้อให้มีการสอบวินัยร้ายแรงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ปล่อยปละละเลยในการคุ้มตัวแกนนำ นปช. ที่ค่ายนเรศวร จ.เพชรบุรี จนสุขสบายเกินที่ควรจะเป็น.
ที่มา:www.dailynews.co.th
wie2007 news ตุลย์, ปทีป, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, เสื้อหลากสี, แกนนำ
เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ระบุ ครม.เป็นผู้ชี้ขาดว่า จะประกาศขยายต่อเวลาหรือไม่
เมื่อเวลา 08.20 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรณีที่เตรียมขยายเวลาประกาศเคอร์ฟิวต่อไปอีก 7 วัน ว่า ศอฉ.ได้พิจารณาอย่างรอบด้านในการประกาศเคอร์ฟิวว่าจะกระทบต่อสิทธิ เสรีภาพ และการประกอบอาชีพของพี่น้องประชาชนหรือไม่ รวมทั้งการดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อยในประเทศ เมื่อนำทั้งสองประเด็นมาชั่งน้ำหนักเห็นว่า ยังจำเป็นที่ต้องประกาศเคอร์ฟิวสักระยะหนึ่ง เพราะยังมีบางพื้นที่ที่เป็นปัญหาอยู่ ทั้งในต่างจังหวัด และ กทม. จึงเห็นว่าถ้าประกาศเคอร์ฟิวตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนจนถึงตี 4 คนต่างจังหวัดคงมีน้อยคนที่ออกมานอกเคหะสถาน เพราะเป็นเวลาที่เขาพักผ่อน ส่วนกรุงเทพฯ ก็เช่นเดียวกัน แต่มีบางส่วนที่ต้องประกอบอาชีพในช่วงเวลากลางคืน ก็จะผ่อนผันเป็นรายกรณีไป
เมื่อถามว่า ยังมีพื้นที่ใดที่น่าเป็นห่วงที่ไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ นายสุเทพ กล่าวว่า ในกรุงเทพฯ มี 1-2 แห่ง เช่น ที่บ่อนไก่ เพราะยังมีการต่อต้านจากบางกลุ่มอยู่ ซึ่งไม่ใช่ประชาชนทั่วไป ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัดอีก 23 จังหวัด ยังคงประกาศเคอร์ฟิวอยู่ ทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นของ ศอฉ. เพื่อมอบหมายให้ตนมาชี้แจงในที่ประชุม ครม. แต่การพิจารณาประกาศจริง ๆ อยู่ที่ ครม.
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อพ้นประกาศเคอร์ฟิวอีก 7 วัน รัฐบาลจะบริหารจัดการในพื้นที่ต่างจังหวัดอย่างไรต่อไป นายสุเทพ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องดำเนินการต่อไปคือ ต้องให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่าง ๆ สนธิกำลัง เพื่อดูแลสถานการณ์ และปกป้องทรัพย์สินของประชาชน และของสาธารณะ ต้องมีมาตรการหลายอย่างควบคู่กันไป
นายสุเทพ กล่าวว่า เมื่อดำเนินการป้องกันแล้ว ต้องเร่งรัดจัดให้มีกระบวนการในการพูดคุย และอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ เพื่อที่จะแยกแยะได้ชัดเจนว่า การใช้สิทธิแสดงออก หรือเรียกร้องตามรัฐธรรมนูญเป็นคนละเรื่องกับการก่อการร้าย และให้ประชาชนเข้าใจว่า ระบอบประชาธิปไตยต้องเคารพกฎหมาย เรื่องความมั่นคงของรัฐ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องช่วยกันรักษา ขณะเดียวกันต้องแก้ปัญหาพื้นฐานของประชาชนด้วยเช่นเดียวกัน และที่ผ่านมารัฐบาลนี้ก็ดำเนินการมาก่อนแล้ว เช่น ปัญหาหนี้สินของประชาชน นอกจากนี้ ยังต้องแก้ปัญหาอย่างครบวงจร แต่จะต้องปรึกษาหารือกันใน ครม.โดยเร็ว.
ที่มา:www.dailynews.co.th
wie2007 news, ข่าวการเมือง คณะรัฐมนตรี, ครม, ศอฉ, สุเทพ, เคอร์ฟิว
มหาดไทยชงของบ ครม. 1.3 พันล้าน สร้างศาลากลางถูกแดงเผา เผย 4 จังหวัดน่าห่วง ต้องจับตาเป็นพิเศษ “อุดร-ขอนแก่น-อุบล-มุกดาหาร”
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 25 พ.ค. เวลา 09.00 น. นายมานิต วัฒนเสน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ครม. ว่า ในการประชุม ครม.วันนี้ กระทรวงมหาดไทยจะเสนอของบประมาณจำนวน 1,300 ล้านบาท เพื่อก่อสร้าง และซ่อมแซมศาลากลางจังหวัดที่ถูกเผาทั้งหมด ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น อุบลราชธานี และมุกดาหาร ซึ่งบางจังหวัด เช่น อุบลราชธานี อาจต้องก่อสร้างใหม่ทั้งหมด
เมื่อถามว่า มีการข่าวเรื่องการเตรียมก่อวินาศกรรมตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น โรงเรียน อบต. หรือไม่ นายมานิต กล่าวยอมรับว่า ก็มีการข่าว แต่ขณะนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเตรียมป้องกันอยู่
นายมานิต กล่าวอีกว่า จังหวัดที่น่าเป็นห่วง และต้องจับตาเป็นพิเศษมี 4 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น อุบลราชธานี และมุกดาหาร เพราะมีกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนมาก ซึ่งคนที่มาชุมนุมใน กทม.ส่วนใหญ่ ก็มาจากจังหวัดเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีการควบคุมด้วย พ.ร.ก.การบริหารราชในสถานการณ์ฉุกเฉิน และเคอร์ฟิว ผู้ว่าฯ จึงรายงานเข้ามาว่า ไม่มีอะไร แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มีการยกเลิก พ.ร.ก. หรือเคอร์ฟิว ก็ถือว่าน่าห่วง ซึ่งกระทรวงได้สอบถามความเห็นไปยังผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัดก่อนทุกครั้งที่จะมีการประกาศเคอร์ฟิว เพราะเป็นเจ้าของพื้นที่ ย่อมรู้ดีมากกว่าเรา อีกทั้งแต่ละพื้นที่สถานการณ์ และความจำเป็นไม่เหมือนกัน ซึ่งเท่าที่สอบถามส่วนใหญ่ต้องการให้คงเคอร์ฟิว และ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินไว้ก่อน
ที่มา:www.dailynews.co.th
wie2007 news กระทรวงมหาดไทย, ครม, งบประมาณ, มหาดไทย, ศาลากลาง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีการให้ความช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ค้าที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นเตอร์ วัน ว่า เท่าที่ตนไปตรวจเยี่ยม และรับเรื่องความเดือดร้อน ซึ่งกลุ่มผู้ค้าได้จัดทำข้อมูลไว้เป็นระบบมาก จัดทำเป็นแฟ้มส่งมาให้ตน ซึ่งจะทำให้การช่วยเหลือเป็นไปได้รวดเร็วขึ้น โดยมีผู้ค้าที่ได้รับความดือดร้อนประมาณกว่า 300 ราย ซึ่งการช่วเยหลือคงจะทำได้ง่าย โดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับกลุ่มที่ถูกไฟไหม้มาก่อนแล้ว ทั้งนี้ จะมีผู้ค้าแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่เข้ากรณีได้รับความเดือดร้อนจากไฟไหม้ กับอีกกลุ่มที่ไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว ดังนั้น เราจะส่งไปให้คณะกรรมการชุดที่มี นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯ เป็นประธาน ไปดูแลช่วยเหลือ เช่น พวกแรงงาน เป็นต้น.
ที่มา:www.dailynews.co.th
wie2007 news กอร์ปศักดิ์, คณะรัฐมนตรี, เซ็นเตอร์ วัน, ไฟไหม้
เส้นเลือดในสมองแตกคร่าชีวิต “น้าดำ-ศุภกิจ มีลาภกิจ” ดาราเอเชี่ยนคัพ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติชื่อดัง และหัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย ด้วยวัย 65 ปี เผย เป็นนักเตะทีมชาติในตำแหน่ง “เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ” ที่เล่นได้สุดแข็งแกร่ง เป็นที่ครั่นคร้ามของนักเตะต่างชาติ กำหนดรดน้ำศพ 26 พ.ค. เวลา 16.00 น. ณ วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน “ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน” ศิษย์ก้นกุฏิ รับเป็นการสูญเสียบุคลากรทรงคุณค่าของวงการลูกหนังไทย
ที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นาวาอากาศเอกศุภกิจ มีลาภกิจ หรือ “น้าดำ” อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทยชื่อดัง และหัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยโรคเส้นโลหิตในสมองแตก ในวัย 65 ปี สร้างความอาลัยให้กับเพื่อนฝูงญาติมิตร และลูกศิษย์ลูกหาอย่างยิ่ง สำหรับ “ศุภกิจ มีลาภกิจ” เป็นชาว จ.ลพบุรี เกิดเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2488 ชอบเล่นกีฬาฟุตบอล มาตั้งแต่เป็นนักเรียนในตำแหน่งกองหลัง ที่เตะลูกได้เฉียบขาดถึงลูกถึงคน กระทั่งปี 2512 ได้รับการคัดเลือกจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ให้เป็นตัวแทนทีมเยาวชนไทย ลงแข่งขันฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์เอเชีย ผลทีมไทยชนะเลิศได้ครองแชมป์ร่วมกับทีมพม่า เสมอกัน 1-1 (ทีมไทยได้ครองถ้วยชนะเลิศก่อน) นับเป็นเกียรติประวัติสร้างชื่อให้กับนักเตะหน้าใหม่อย่างมาก
ด้านการเล่นฟุตบอลรับใช้ชาติ “ศุภกิจ มีลาภกิจ” หรือที่น้อง ๆ นักฟุตบอล และคนรุ่นหลังเรียกเขาว่า “น้าดำ” ติดทีมชาติในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ หรือกองหลัง มายาวนาน 13 ปี ลงแข่งขันฟุตบอล ชิงถ้วยพระราชทาน “คิงสคัพ”หลายครั้ง ตั้งแต่ครั้งแรกเมื่อปี 2511 จากนั้นได้ลงฟาดแข้งในศึกฟุตบอลเมอร์เดก้าที่มาเลเซีย, ฟุตบอลเปสต้าสุกันที่สิงคโปร์, ฟุตบอลปัก จุง ฮี คัพที่เกาหลีใต้, ฟุตบอลฉลองเอกราชที่อินโดนีเซีย รวมถึงกีฬาแหลมทอง หรือซีเกมส์ และกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 7 ที่อิหร่าน ปี 2517 ด้วย นอกจากนี้ “น้าดำ”ยังเคยพาทีมสโมสรทหารอากาศ ชนะเลิศฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ก 2 สมัยปี 2530 และ 2539 แชมป์ฟุตบอล “ควีนส์คัพ” 1 สมัย ปี 2525 พร้อมกับได้รับฉายา “อินทรีดำ”ในเวลาต่อมา และยังเป็นหัวหน้าโค้ชทีมชาติไทยชุดชนะเลิศฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงสคัพ” ครั้งที่ 21 ปี 2533 ด้วย นอกจากนี้ “น้าดำ” ยังได้รับเกียรติเป็น 11 นักเตะยอดเยี่ยมของฟุตบอลเอเชี่ยนคัพ ภาคพื้นตะวันออกด้วย
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา “น้าดำ” เข้า ๆ ออก ๆ โรงพยา บาลภูมิพลฯ หลายครั้งด้วยโรคเบาหวาน กระทั่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เริ่มมีโรคแทรกซ้อน และเสียชีวิตลงในที่สุดด้วยโรคเส้นโลหิตในสมองแตก เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 24 พ.ค. ท่ามกลางความโศกเศร้าของภรรยาและลูก ตลอดจนญาติมิตร และเหล่าอดีตนักฟุตบอลทีมชาติเพื่อนร่วมรุ่น และรุ่นน้อง โดย “เดอะตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อดีตยอดนักเตะดาราเอเชีย ศิษย์ก้นกุฏิของ “น้าดำ” กล่าวว่า โดยส่วนตัวต้องถือว่าเป็นผู้มีพระคุณ เพราะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของตนเองมาตลอดจนถึงปัจจุบัน โดยทางกองทัพอากาศเตรียมจัดฟุตบอลการกุศล 1 นัด เพื่อหารายได้ช่วยเหลือครอบครัวของ “น้าดำ” ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานของ พล.อ.อ.อมฤต จารยะพันธุ์
สำหรับ “ศุภกิจ มีลาภกิจ” รับราช การทหารอากาศ ดูแลงานด้านกีฬาฟุตบอล และกีฬาอื่น ๆ ของกองทัพอากาศมาตลอด ได้รับยศ “นาวาอากาศเอก” ก่อนเกษียณอายุราชการเมื่อปี 2548 สมรสกับนาวาอากาศโทสุพรรณี มีลาภกิจ มีบุตรชาย 2 คนชื่อ อนุพงษ์ อายุ 29 ปี และจ่าอากาศตรีกฤชวัชร อายุ 19 ปี โดยในวันที่ 26 พ.ค.นี้ เวลา 16.00 น. จะมีพิธีรดน้ำศพ ณ ศาลา 9/2 วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน และสวดพระอภิธรรมตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค.-31 พ.ค. เวลา 18.30 น. (งดสวดวันวิสาขบูชา 28 พ.ค.) พระราชทานเพลิงศพวันที่ 1 มิ.ย. เวลา 16.00 น. ณ เมรุ 1 วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน.
ที่มา:www.dailynews.co.th
wie2007 news นักเตะทีมชาติ, น้าดำ, ลทีมชาติ, ศุภกิจ, อดีตนักฟุตบอล
เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 25พ.ค. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เขียนข้อความผ่านทวิตเตอร์ระบุว่า”รัฐบาลนี้สามารถพลิกตัวเองจากการเป็นทรราชย์สั่งฆ่าประชาชน มาเป็นผู้กล่าวหาผู้เรียกร้องประชาธิปไตยและความเป็นธรรม ให้เป็นผู้ก่อการร้ายได้ สุดยอดจริงๆ ได้รับเมล์ที่forwardกันมามีคำพูดที่คุณอภิสิทธิ์ว่าคุณสมัครและคุณสมชายในช่วงที่มีพันธมิตรมากดดันรัฐบาล คุณอภิสิทธิ์ได้ทำทุกเรื่องที่ว่าเขาไว้”
ที่มา:www.dailynews.co.th
wie2007 news ก่อการร้าย, ทักษิณ, มาร์ค, อภิสิทธิ์, แม้ว
เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 25 พ.ค. พ.ต.อ.ฉัตรชัย ศิริทรัพย์ รอง ผบก.บก.ปส.1 นายประยงค์ ปรียาจิตต์ ผอ.ปปส.กรุงเทพ พ.ต.ท.มาโนช ปิ่นทอง สว.กก.3 ปส.1 ร่วมกันนำกำลังกว่า 100 นาย เข้าตรวจค้นภายในชุมชนซอยพหลโยธิน 45 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร หลังสืบทราบมาว่าชุมชนดังกล่าว มีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่
ผลการตรวจค้นปรากฎว่า ไม่พบยาเสพติด แต่สามารถจับกุมนายชลอ แตงอ่อน ลูกจ้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตามหมายจับเลขที่ 35/2553 ลงวันที่ 23 เม.ย.53 ในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่าย นอกจากนี้ยังสามารถจับกุมตัวนายจีรพัฒน์หรือเจี๊ยบ บุญเกิดรอด อายุ 30 ปี นายวีระวัฒน์หรือต่อ สมนาค นายปุ๊ (นามสมมติ) อายุ 19 ปีและ น.ส.ทราย (นามสมมติ) อายุ 18 ปี
ที่มา:www.dailynews.co.th
นายประยงค์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่พยายามลดปัญหายาเสพติดตามแหล่งชุมชนทั้ง 587 ชุมชน จากทั้งหมด 1,963 ชุมชนทั่วกรุงเทพฯ เบื้องต้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
wie2007 news ฉัตรชัย, ชุมชนพหลฯ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ยาเสพติด, สนธิกำ
อุบัติเหตุสยองแป้นบาสเกตบอลล้มทับกบาลเด็ก ม.4 กะโหลกร้าวเลือดคั่งในสมอง อาการสาหัส น้าชายแฉ เพื่อนที่เล่นด้วยกัน บอกฐานแป้นบาสวางอยู่บนท่อนไม้เก่า ด้าน ยายวอนขอผู้เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ แย้มผู้เคราะห์ร้ายเป็นญาติ เชอรี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ นางเอกดัง
อุบัติเหตุแป้นบาสล้มทับศีรษะหลานนางเอกดังครั้งนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายโฆษิต สิริสุขะ อายุ 32 ปี เจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งในเขตบ้านหนองใหญ่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ว่า หลานชายถูกแป้นบาสล้มทับศีรษะได้รับบาดเจ็บสาหัสไร้คนเหลียวแล
ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่ รพ.ขอน แก่น พบร่างนายภคพลหรือเฟิร์ส สิริสุขะ อายุ 15 ปี นร.ชั้น ม.4/4 โรงเรียนขอนแก่น วิทยายน 2 นอนอยู่ที่เตียง 18 ชั้น 1 อาคาร 5 แผนกศัลยกรรมระบบประสาท ซึ่งผู้บาดเจ็บมีบาดแผลบวมช้ำที่โหนกแก้มขวา และเป็นแผลฉีกขาดที่เหนือริมฝีปาก ดั้งจมูก ทั้งยังมีรอยบวมช้ำที่ศีรษะมีอาการปวดหัวอยู่เกือบ ตลอดเวลา โดยมีนางมาลัย สิริสุขะ อายุ 53 ปี ผู้เป็นยายนั่งเฝ้าอาการอย่างใกล้ชิด
นายโฆษิต กล่าวว่า มีศักดิ์เป็นน้าของผู้บาดเจ็บ ทราบจากหลานและเพื่อนของ หลานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา หลังเลิกเรียนหลานชายพร้อมเพื่อน 4-5 คน ได้ชักชวนกันออกไปเล่นบาสเกตบอลที่สนาม ภายในโรงเรียน ระหว่างที่หลานเดินไปเก็บลูกบาส ปรากฏว่าแป้นบาสที่ยึดไว้ กับท่อนไม้ที่เริ่มผุได้โค่นลงมาทับหลังและศีรษะของหลานชายอย่างแรง อาจารย์กับภารโรงของโรงเรียนที่เห็น จึงรีบนำส่ง รพ.ขอนแก่น
นายโฆษิต กล่าวต่อว่า หลังแพทย์ตรวจและปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว แจ้งให้กลับมานอนสังเกตอาการที่บ้าน จึงพากันนำหลานกลับมานอนพักผ่อนที่บ้านเลขที่ 341 หมู่ 13 บ้านแอวมอง ต.พระลับ อ.เมือง แต่หลานกลับมีอาการปวดศีรษะอย่างมาก ช่วงนั้นพอดีมีอาจารย์ของหลานมาเยี่ยม จึงปรึกษากันก่อนนำส่ง รพ.ราชพฤกษ์ ผลการตรวจเอกซเรย์สมอง พบว่ามีเลือดคั่งที่ฐานแกนสมองขนาดประมาณ 2 เซนติเมตรครึ่ง ต้องเข้ารับการผ่าตัด แต่เพราะฐานะยากจน จึงจำเป็นต้องย้ายมารอการรักษาที่ รพ.ขอนแก่น
ด้านนางมาลัย กล่าวว่า ขณะนี้หลานชายยังไม่สามารถผ่าตัดได้ แพทย์อยู่ระหว่างให้ยาละลายลิ่มเลือด อีกทั้งทางครอบครัวเป็นห่วงว่าหากหลังผ่าตัดอาจส่งผลให้หลานเป็นอัมพาตได้ ตอนนี้จึงอยากให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือทางครอบครัว สำหรับหลาน ชายถ้านับกันแล้วถือเป็นญาติกับ เชอรี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ ดาราสาวด้วย
ด้าน เชอรี่-เข็มอัปสร ดาราสาว กล่าวว่า ส่วนตัวไม่รู้จักกับเด็กผู้เคราะห์ร้ายแต่อย่างใด.
ที่มา:www.dailynews.co.th
wie2007 news ขอนแก่นวิทยายน, สยอง, อุบัติเหตุ, เชอรี่, เอกดัง
วันนี้ (25 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) นำร่องลดราคาน้ำมันเบนซิน 50 สตางค์ต่อลิตร ยกเว้น E85 และดีเซลลด 60 สตางค์ต่อลิตร มีผลวันพรุ่งนี้ (26 พ.ค.) เวลา 05.00 น.
ส่งผลให้น้ำมันเบนซินออกเทน 91 ปรับลงมาอยู่ที่ 35.04 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 32.44 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 29.74 บาทต่อลิตร น้ำมัน E20 อยู่ที่ 28.94 บาทต่อลิตร น้ำมัน E85 คงราคาเดิมที่ 20.32 บาทต่อลิตร
ส่วนน้ำมันดีเซล B2 ปรับลงมาอยู่ที่ 27.99 บาทต่อลิตร และดีเซล B5 อยู่ที่ 26.79 บาทต่อลิตร.
ที่มา:www.dailynews.co.th
wie2007 news ราคา, ราคาดีเซล, ราคาน้ำมัน, ลดราคาดีเซล, ลดเบนซิน
สภาพัฒน์ระบุหากสถานการณ์บ้านเมืองไม่ดีขึ้น เศรษฐกิจไทยจะติดลบในไตรมาส 3 และ 4 แนะรัฐเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่น
เมื่อวันที่ 24 พ.ค. นายอำพล กิตติอำพน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 53 ได้เติมโตสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งมาเลเชีย และสิงคโปร์ โดยเติบโตสูงขึ้น 12% ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 15 ปี นับตั้งแต่ปี 2538 ที่ขยายตัว12.3% เนื่องจากมีความเชื่อมั่นเกิดขึ้น ทำให้การลงทุนขยายตัวสูงถึง 15.8% ขณะการบริโคภาคเอกชนขยายตัว 4% อัตราว่างงานต่ำที่สุดในรอบ 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ 1.1% ส่วนการท่องเที่ยวมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศสูงที่สุดถึง 4.7 ล้านคน หรือขายตัว 28.4% ขณะการส่งออกขยายตัวสูงถึง 32%
อย่างไรก็ดี หากไม่นับรวมเหตุการณ์จลาจล และชุมนุมที่เกิดเหตุ จะทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 53 สูงถึง 6-7% แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ชุมนุม และจลาจลในเดือน เม.ย. และ พ.ค.ที่ผ่านมา ประเมินว่า จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ 1.5% หรือคิดเป็นเงินประมาณ 1-1.5 แสนล้านบาท ดังนั้น สศช.ขอคงอัตราการเติมโตเศรษฐกิจในปี 53 ที่ 3.5-4.5% หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น มีการปะทุขึ้นมาอีก จะมีโอกาสเห็นเศรษฐกิจไทยเริ่มติดลบในไตรมาสที่ 3 และเริ่มติดลบมากในไตรมาสที่ 4
ทั้งนี้ สภาพัฒน์เห็นว่า รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการใน 4 ประเด็น คือ การเร่งฟื้นความเชื่อมั่น โดยการใช้หลักนิติรัฐ และเดินแผนปรองดอง 5 ข้อ รวมทั้งต้องเริ่มเดินหน้าโครงการที่ลงทุนไปแล้วให้เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ต้องเร่งแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และเดินหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรให้ทั่วถึง และที่สำคัญต้องเร่งฟื้นฟูภาคท่องเที่ยวให้เร็วที่สุด. ที่มา:www.dailynews.co.th
wie2007 news สภาพัฒน์, สศช, อำพล, เศรษฐกิจ, เศรษฐกิจไทย
วันนี้ (24 พ.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศอฉ. กล่าวถึงการมาตรการรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี ร่วมทั้งตัวนายสุเทพเอง ว่า ยังใช้มาตรการเหมือนเดิม เพราะตนได้ดูแลให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรีเต็มที่อยู่แล้ว ทั้งนี้สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งทำต่อไปคือดำเนินการตามมาตรการปรองดองที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไป เช่นการช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือมีรายได้ไม่เพียงพอ ซึ่งจะมีการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมเห็นได้ชัดเจนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
เมื่อถามว่าขณะนี้ประชาชนถามหาความรับผิดชอบของรัฐบาลต่อสิ่งที่เกิดขึ้น นายสุเทพ กล่าวว่า “รัฐบาลก็รับผิดชอบอยู่แล้ว ที่ทำอยู่คือความรับผิดชอบของรัฐบาลในการที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ มีปัญหามากมายที่ต้องทำ ทั้งในส่วนประชาชนทั่วไป และที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งต้องมีมาตรการเยียวยาช่วยเหลือ และยังมีเรื่องของประเทศโดยรวมที่ต้องเร่งรัดแก้ไข ทั้งภาพพจน์ที่เสียหายไป รวมทั้งธุรกิจการค้าต่าง ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลที่ต้องทุ่มเทเวลาทำงานให้หนักมากขึ้น ส่วนที่ประเทศอาเซียนเรียกร้องให้ไทยเร่งสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นโดยเร็วนั้น สิ่งที่เรากำลังทำก็พยายามให้เกิดสันติสุข แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่ทำผิดแล้วไม่เอามาลงโทษ
ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลจะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงเช่นนี้อีกเป็นครั้งที่3 ได้อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องหาลู่ทาง เหตุการณ์เมื่อช่วงสงกรานต์ปีที่แล้ว เขาได้สร้างปัญหาให้บ้านเมือง เราก็นึกว่าเมื่อแก้ไขสถานการณ์ไปแล้วจะจบ แต่เขาก็ฟักตัวขึ้นมาใหม่ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในปีนี้เป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายกว่าที่เขาเคยทำเมื่อปีที่แล้วมาก ใช้กองกำลังติดอาวุธออกมาเข่นฆ่าเจ้าหน้าที่ ประชาชน สื่อมวลชน ซึ่งเราจะยอมให้เกิดขึ้นอีกไม่ได้ ต้องดำเนินการและแก้ปัญหาโดยยึดหลักกฎหมาย.
ที่มา:www.dailynews.co.th
wie2007 news นายก, สุเทพ, อภิสิทธิ์
“สุเทพ” ชง ครม.ทบทวนประกาศเคอร์ฟิว 25 พ.ค. เผยอาจเลิกบางพื้นที่ ระบุ “กี้-แรมโบ้” ยังกบดานในไทย
เมื่อถามถึง แกนนำ นปช.ทั้ง นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ยังอยู่ในประเทศไทย หรือหนีไปต่างประเทศแล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า ยังอยู่ในไทย
เมื่อถามว่า ตรวจสอบได้หรือยังว่า หน่วยไหนยิง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง เสียชีวิต นายสุเทพ กล่าวว่า ตนก็อยากจะทราบเหมือนกันว่าฝ่ายไหนทำ เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ และดำเนินคดีต่อไป ไม่เงียบหาย ทุกรายที่เกิดเหตุต้องพยายามหาหลักฐานข้อเท็จจริง.
เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศอฉ. ให้สัมภาษณ์ว่า ในการประชุม ครม. วันที่ 25 พ.ค. จะมีการทบทวนเรื่องการประกาศเคอร์ฟิว ถ้าจำเป็นก็อาจจะมีการประกาศในบางพื้นที่ต่อ หรือถ้าไม่จำเป็น และควบคุมสถานการณ์ได้ก็สามารถยกเลิกไปได้ หรืออาจจะพิจารณาปรับเวลาใหม่ โดยจะดูตามสถานการณ์ เพราะเหตุผลที่เราต้องประกาศใช้เคอร์ฟิว เพราะยังมีความพยายามที่จะออกมาทำให้เกิดความเสียหายกับทรัพย์สิน และความปลอดภัยของประชาชน ทั้งนี้ หลักการใหญ่ในการประกาศเคอร์ฟิวคือ เราพยายามดูแลให้สามารถที่จะควบคุมสถานการณ์ให้ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนได้ ขณะเดียวกัน ก็ให้มีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตตามปกติของประชาชนให้น้อยที่สุด
เมื่อถามว่า กลุ่มที่เคลื่อนไหวใต้ดินเป็นกลุ่มไหน นายสุเทพ กล่าวว่า ทราบกันอยู่แล้วว่าเป็นกลุ่มไหน ดังนั้น ตนคงไม่ต้องย้ำอีก ซึ่งเราก็ติดตามจับกุมตามพยานหลักฐานต่อไป เป้าหมายของกลุ่มคนเหล่านี้ก็ชัดเจนว่า ตั้งใจให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ส่วนกลุ่มก่อการร้าย หรือชายชุดดำที่ติดอาวุธนั้น ขณะนี้สามารถจับกุมได้หลายคน กรมสอบสวนคดีพิเศษกำลังดำเนินคดี สอบสวนเพื่อขยายผลไปถึงคนอื่น ๆ ต่อไป ซึ่งเท่าที่ทราบคนเหล่านี้มีที่มาจากหลายแห่ง ทั้งภาคใต้ ภาคกลาง เหนือ และอีสาน ซึ่งเราก็กำลังติดตามจับกุมอยู่
ที่มา:www.dailynews.co.th
wie2007 news กี้, สุเทพ, เสื้อแดง, แกนนำเสื้อแดง, แรมโบ้
ทางการจาเมกาประกาศให้กรุงคิงสตัน และพื้นที่โดยรอบ อยู่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน เนื่องจากมีการยิงต่อสู้ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับกลุ่มติดอาวุธ ที่พยายามขัดขวางไม่ให้ตำรวจส่งตัวหัวหน้าแก๊งที่ถูกจับกุมไปยังสหรัฐ ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ส่งผลให้ตำรวจ และพลเรือนบาดเจ็บรวม 2 คน ขณะที่ สถานีตำรวจ 3 แห่ง ถูกโจมตีอย่างหนัก และหนึ่งในนั้นถูกเผาอีกด้วย
ทั้งนี้ เหตุรุนแรงเกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลจาเมกาอนุมัติคำขอของสหรัฐที่ให้ส่งตัว นายคริสโตเฟอร์ “ดูดุส” โค้ก หัวหน้าแก๊งมาเฟีย และผู้นำชุมชนในเขตทิโวลี การ์เดนส์ ไปยังอเมริกา ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน เนื่องจากเป็นที่ต้องการตัวของสหรัฐ เพราะนายโค้ก ลักลอบค้าอาวุธปืน และยาเสพติด.
ด้าน นายกรัฐมนตรีบรูซ โกลดิ้ง เรียกประชุม ครม.เป็นกรณีพิเศษ และออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในกรุงคิงสตัน และเซนต์ แอนดรูว์ ซึ่งรัฐบาลแจ้งว่า การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอาจต้องดำเนินไปอย่างน้อย 1 เดือน
ที่มา:www.dailynews.co.th
wie2007 news คิงสตัน, จาเมกา, ภาวะฉุกเฉิน, เซนต์แอนดรูว์
ภาพยนตร์ไทยเรื่อง “ลุงบุญมีระลึกชาติ” คว้ารางวัลสูงสุดปาล์มทองคำของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 63 ในฝรั่งเศส ซึ่ง อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล วัย 39 ปี เป็นผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ นับเป็นหนังเอเชียเรื่องที่ 6 ที่พิชิตรางวัลสูงสุดของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในรอบ 70 ปีที่ผ่านมา และเป็นหนังเอเชียเรื่องแรกในรอบกว่า 10 ปี ที่สามารถทำได้ หลังจากมีภาพยนตร์เอเชียเข้าร่วมงานดังกล่าว 5 เรื่อง ในปีนี้
ซึ่ง อภิชาติพงศ์ เปิดเผยว่า การพิชิตรางวัลเป็นเรื่องที่เหมือนฝัน พร้อมกล่าวขอบคุณวิญญาณในไทยสำหรับการเฝ้ามองหนังเรื่องนี้ ที่ใช้เวลาในการถ่ายทำถึง 3 ปีครึ่ง.ที่มา:www.dailynews.co.th
wie2007 news ภาพยนตร์, ภาพยนตร์ไทยเรื่อง, ลุงบุญมีระลึกชาติ, อภิชาติพงศ์, เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์
โพสต์ล่าสุด