บิ๊กศุลกากรเต้นหลังพ่ายคดีภาษีเหล็กซิลิคอน เผยรู้เต็มอกศาลพิพากษาเพิกถอนประเมินภาษีและยังตีแสกหน้าคณะกรรมการอุทธรณ์ ภาษีที่มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่ยังหวังยืมมือดีเอสไอกลบเกลื่อนฟอกผิดให้ตัวเอง…
ผู้สื่อ ข่าวรายงานจากกระทรวงการคลังถึงกรณี ที่บริษัทยูไนเต็ดคอยล์เซ็นเตอร์ 1 ใน 7 ผู้ประกอบการนำเข้าเหล็กซิลิคอนที่ถูกกรมศุลกากรเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง ได้ยื่นฟ้องกรมศุลกากรต่อศาลภาษีอากรกลางเพื่อขอให้กรมเพิกถอนการประเมิน อากรและเบี้ยปรับเพิ่มกว่า 685 ล้านบาท เนื่องจากเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม อีกทั้งยังเห็นว่าบริษัทได้มีการสำแดงพิกัดอัตราภาษีศุลกากรตามระเบียบ ปฏิบัติของกรมศุลกากรมาโดยตลอดนั้น
ล่าสุดศาลภาษีอากรกลาง โดยนางยินดี วัชรพงค์ ต่อสุวรรณ และนายสรายุทธ์ วุฒยาภรณ์ ผู้ พิพากษาศาลภาษีอากรกลางได้อ่านคำพิพากษาลงวันที่ 26 พ.ค. สรุปได้ว่าการปฏิบัติหน้าที่ของกรมศุลกากรที่อ้างว่ามีสายลับเป็นผู้แจ้ง เบาะแสว่า ผู้นำเข้าเหล็กซิลิคอนมีการสำแดงเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงอากรนำเข้านั้น ศาลเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ที่ผู้แจ้งเบาะแสดังกล่าว จะล่วงรู้ถึงองค์ประกอบทางเคมีของเหล็กกล้าซิลิคอนที่มีการนำเข้าในช่วงปี 2538-46 เนื่องจากยังไม่มีการพิสูจน์ทราบมาก่อน จึงเห็นว่าการจดแจ้งสำแดงอากรพิกัดที่ผู้ประกอบการดำเนินการไปในช่วงก่อน หน้าเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย
นอกจากนี้ ศาลยังเห็นว่าในขณะที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้เข้าตรวจค้นและยึดเอกสารนำเข้า ย้อนหลังจากผู้ประกอบการนั้น เจ้าหน้าที่เองก็ไม่รับทราบมาก่อนว่าสินค้าเหล็กพิพาทดังกล่าวมีการสำแดง รหัสและชนิดสินค้าผิดไปจากพิกัดอัตราศุลกากรแต่อย่างใด การที่กรมศุลกากรเหมารวมเอาว่าผู้นำเข้าเหล็กซิลิคอนมีการสำแดงเท็จเพื่อ ชำระภาษีมาตั้งแต่ปี 2538-2546 ทั้งที่กรมรู้ดีว่าการจำแนกธาตุซิลิคอนในเหล็กนำเข้าไม่สามารถตรวจสอบได้จาก ลักษณะภายนอก จึงถือเป็นการประเมินภาษีที่ไม่เป็นธรรมและไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ทั้งยังเห็นว่าคณะกรรมการอุทธรณ์ที่ร่วมกันลงมติยืนยันให้ดำเนินคดี กับผู้ประกอบการนั้นมีส่วนได้ส่วนเสียกับคดีที่มีเงินรางวัลสินบนนำจับที่จะ เกิดขึ้น จึงให้เพิกถอนคำอุทธรณ์ของคณะกรรมการชุดดังกล่าว รวมทั้งให้งดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มใดๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่ม เติมว่าเป็นที่น่าสังเกตว่า ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าวตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ก่อนหน้าที่นายอุทิศ ธรรมวาทิน อดีตอธิบดีกรมศุลกากรจะถูกโยกไปเป็นรองปลัดกระทรวงการคลัง และกรมก็ล่วงรู้ถึงผลคดีที่ออกมา แต่อธิบดีกรมศุลกากรยังคงเรียกประชุมคณะกรรมการเปรียบเทียบปรับซึ่งมีอธิบดี กรมศุลกากรเป็นประธานพร้อมกับส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เร่งรัดการดำเนินคดีกับบริษัทเอกชนรายนี้ โดยอ้างว่า บริษัทได้เคยขอระงับคดีกับกรมศุลกากรมาแล้วและยินยอมที่จะชำระอากรและเบี้ย ปรับเพิ่มรวมทั้งสิ้น 685 ล้านบาท แต่ภาย หลังกลับแจ้งขอเพิกถอนคำร้องการระงับคดี จึงต้องส่งเรื่องให้ดีเอสไอดำเนินคดีต่อไป โดยจะไม่มีการพิจารณารับอุทธรณ์จากบริษัทดังกล่าวอีก
“ทั้งๆ ที่กรมศุลกากรเองก็รับทราบผลคดีจากศาลภาษีอากรกลางแล้วว่าได้มีคำพิพากษาออก มาก่อนแล้วว่าการประเมินภาษีนำเข้าและเบี้ยปรับจากบริษัทเอกชนเป็นไปโดยไม่ ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งศาลยังให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ไปแล้ว แต่กรมศุลกากรกลับยังคงเดินหน้าจะให้ดีเอสไอเร่งรัดฟ้องร้องคดีอาญาแก่ บริษัทเพื่อหวังจะกลบเกลื่อนความผิดที่ตนเองกระทำไว้ เพราะรู้ดีว่าหากพ่ายคดีนี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงผู้เกี่ยวข้องในคดีและรับ สินบนนำจับมีสิทธิ์ถูก ป.ป.ช.สอบกราวรูดแน่ ซึ่งล่าสุดทางดีเอสไอก็ได้มีหนังสือแจ้งไปยังกรรมการบริหารบริษัทเอกชนราย นี้เพื่อให้ เดินทางมารับการไต่สวนแล้ว”
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรม ศุลกากรว่าทางกรมศุลกากรจะดำเนินการอุธรณ์คำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลางต่อ ศาลฎีกาต่อไป เนื่องจากเห็นว่า คดีนี้มีหลายจุดศาลตัดสินโดยขาดข้อมูลที่ถูกต้อง โดยเฉพาะการกระทำความผิดของผู้ประกอบการที่สำแดงเท็จการนำเข้าเหล็กซิลิคอน ที่ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ
ผู้ สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าคดีภาษีเหล็กซิลิคอนมีปัญหายาวนานตั้งแต่ปี 2546 หรือกว่า 5 ปี โดยผู้ประกอบการนำเข้า 7 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่นได้ถูกกรมศุลกากรเข้าตรวจสอบและยึด เอกสารการนำเข้าเหล็กซิลิคอนนับแต่ปี 2538-46 ก่อนจะแจ้งว่ามีการสำแดงเท็จเพื่อหลบเลี่ยงภาษีและได้ประเมินภาษีและเบี้ย ปรับย้อนหลังกว่า 3,000 ล้านบาท โดยมีเงินรางวัลนำจับสูงถึง 55% หรือจำนวนกว่า 1,600 ล้านบาทให้กับผู้แจ้งเบาะแสและเจ้าหน้าที่ผู้เข้าตรวจค้นและจับกุม
อย่าง ไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่าผู้ที่ได้รับสินบนนำจับกว่า 30% หรือร่วม 1,000 ล้านบาทนั้นได้แสดงหลักฐานเป็นเพียงลายพิมพ์นิ้วมือเท่านั้น ได้แจ้งว่าต้องการรับเงินรางวัลโดยตรงกับนายชวลิต เศรษฐเมธีกุล อธิบดีกรมศุลกากรในขณะนั้นเท่านั้นทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้แจ้งไม่มีตัวตนอยู่จริงและน่าจะเป็นกลุ่มบุคคลเดียวกับผู้จับกุมที่เป็น ผู้ บริหารระดับสูงของกรมศุลกากรเอง
credit : http://www.classifiedthai.com/content.php?content=1176
shopping ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวธุรกิจ, ฟอกภาษี, ศุลกากร, สคบ, เศรษฐกิจ
โพสต์ล่าสุด