หลังเหตุปะทะระหว่างทหารกับกองกำลังติดอาวุธของผู้ชุมนุมคลี่คลายลง พระเอกหน้าสิ่วหน้าขวานอย่าง “ศูนย์เอราวัณ” ที่ดูแลหน่วยแพทย์กู้ชีวิต ได้คลายเหนื่อย แต่ “เจ้าหน้าที่ดับเพลิง” มาเป็นพระเอกแทน จัดการปัญหาเผาบ้านเผาเมือง
หลังกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้รับโอนภารกิจดับเพลิงจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2546 ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) กทม.ได้จัดตั้งสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รองรับการปฏิบัติงาน มีสถานีดับเพลิงหลักทั่วกรุงเทพฯ 35 สถานี มีหน้าที่ปฏิบัติภารกิจด้านการป้องกันและระงับอัคคีภัย และให้ความช่วยเหลือประชาชนในเรื่องสาธารณภัยอื่น ๆ
นอกจากเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดพร้อมกันถึง 36 จุด ต่อเนื่องตั้งแต่ต้นสัปดาห์ กทม. ต้องระดมเจ้าหน้าที่ทั้ง 35 สถานี และพนักงานฝ่ายปฏิบัติการต่าง ๆ เกือบพันคนออกควบคุมเพลิง ที่ผ่านมา ปัญหาด้านผังเมืองของ กทม. และการฝ่าฝืนกฎหมายของประชาชนที่ทั้งต่อเติมอาคารบ้านเรือน มีการวางแผงค้าหรือจอดรถกีดขวางในถนนสาธารณะ เป็นอุปสรรคในการเข้าระงับเหตุของเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว กลับมีเหตุการณ์ความไม่สงบยิ่งเป็นปัญหาอุปสรรคในการดับเพลิงทวีคูณ เป็นที่มาซึ่งความสูญเสียมหาศาล
เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ พร้อมกันหลายจุดแต่สถานีดับเพลิงหลายจุดกลับถูกกลุ่มผู้ชุมนุมปิดทางเข้าออก ไม่ให้เจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติการดับไฟ บางสถานีออกปฏิบัติการได้แต่ระหว่างเดินทางกลับเจอด่านสกัดของผู้ชุมนุมที่มีการเผายางรถยนต์หรือตั้งด่านสกัดห้ามเข้าพื้นที่ รวมทั้งด่านของทหารเองที่ปิดกั้นห้ามเข้าพื้นที่เช่นที่ชุมชนบ่อนไก่ เพราะมีเหตุปะทะกันทหารเกรงเรื่องความปลอดภัย ทำให้การดับเพลิงของ กทม.ในครั้งนี้ขลุกขลักที่สุด จากปกติที่เข้าพื้นที่เฉลี่ยเพียง 8-10 นาที ทำให้ล่าช้าเป็นครึ่งชั่วโมงหรือนับชั่วโมง บางจุดหลายชั่วโมงเลยทีเดียว โดยเฉพาะเซ็นทรัลเวิลด์ ใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมงจึงจะเข้าได้
“เนื่องจากต้องใช้วิธีเจรจากับผู้ชุมนุม เมื่อไม่ได้ก็ต้องวนหาเส้นทางใหม่เสียเวลา หรือไปเจอด่านทหาร ก็ต้องประสานจนถึงระดับนโยบายให้สั่งการและให้มีการคุ้มกันเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากการปะทะไม่ให้โดนลูกหลง นอกจากความสูญเสียที่เกิดขึ้นเพราะการดับไฟช้าแล้ว กรุงเทพฯ กลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน เพราะผู้ชุมนุมไม่ยึดหลักสากล ในการอำนวยความสะดวกพนักงานดับเพลิงที่จะเข้าไปช่วยชีวิตผู้คนและลดความสูญเสียจากเหตุเพลิงไหม้ แต่กลับสกัดกั้นในการเข้าระงับเหตุ”
เป็นที่น่าสังเกตว่า มีปัญหารถดับเพลิงที่ใช้งานได้เพียง 300-400 คันเท่านั้น ที่เหลือต้องรอหมุนเวียนจากการซ่อมรถดับเพลิงอีก 499 คัน ที่กำลังทยอยซ่อมไม่เสร็จทั้งหมด ขณะที่รถดับเพลิงอีก 315 คัน และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ กทม. สั่งซื้อจากบริษัท สไตเออร์ฯ ประเทศออสเตรีย มูลค่า 6,687 ล้านบาท ตั้งแต่ต้นปี 2549 ผ่านมาแล้ว 4 ปียังไม่สามารถนำมาใช้งานได้เพราะติดคดีที่อนุญาโตตุลาการและที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ทั้งที่ กทม.จ่ายค่ารถดับเพลิงไปแล้วถึง 7 งวด จน กทม.ต้องประสานรถดับเพลิงจากจังหวัดปริมณฑลมาใช้งานในครั้งนี้ถึง 36 คัน
นายยุทธศักดิ์ ร่มฉัตรทอง ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. บอกว่า ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดดังกล่าว กทม.จะนำมาปรับแผนการทำงานและกำหนดกลยุทธ์ใหม่โดยจะจัดอบรมเป็นหลักสูตรใหม่ทั้งเรื่องของการหาข้อมูล นอกจากพนักงานต้องมีเส้นทางสัญจรภายในขอบเขตพื้นที่สถานีที่ตัวเองสังกัดแล้ว ต้องหาพื้นที่เส้นทางลัดต่าง ๆ นอกเหนือเส้นทางในพื้นที่ด้วยเพื่อความสะดวกและเป็นทางเลือกในการเดินทางหากเจอกรณีการปิดเส้นทาง ต้องใช้หลักจิตวิทยาในการเจรจา รวมทั้งการสั่งการต่าง ๆ นอกจากการสั่งการทางวิทยุแต่รวมถึงระดับผู้บังคับบัญชาในการประสานงานนอกหน่วยกรณีมีการตั้งด่านสกัด รวมทั้งการผจญกับเหตุปะทะ ส่วนปัญหาที่ไม่ยึดหลักสากล เช่น สกัดเจ้าหน้าที่เข้าไประงับเหตุดับเพลิงนั้น อยากขอความร่วมมือทุกภาคส่วนให้คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ สำหรับการนำรถดับเพลิงที่ติดคดีมาใช้งานนั้นเรื่องนี้ต้องรอนโยบายของผู้บริหาร แต่เบื้องต้นได้มีการประสานจังหวัดปริมณฑลมาสนับสนุนการปฏิบัติงานแล้ว ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีรถดับเพลิง กทม.เสียหายเล็กน้อยไม่กี่คัน เช่น กระจกไฟรถแตก เจ้าหน้าที่บาดเจ็บราว 5 นาย และไม่มีผู้เสียชีวิต เนื่องจากตามหลักการทำงานยึดหลักช่วยเหลือชีวิตผู้อื่น โดยหากมีโอกาสในการช่วยเหลือชีวิตประชาชนต้องดำเนินการจนถึงที่สุด แต่ต้องเซฟชีวิตตัวเองด้วย
บทเรียนหลังม็อบครั้งนี้ นอกจากการปรับแผนการทำงานแล้ว น่าจะเป็นจุดที่ทำให้คุณชายผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้ขบคิดว่า เสียเงินซื้อรถดับเพลิงใหม่ไปเกือบ 8,000 ล้าน ควรเร่งเจรจานำรถมาใช้งาน มากกว่าจอดตากแดดตากฝนเฉย ๆ รอคดียุติ.
ที่มา:www.dailynews.co.th
wie2007 news CTW, ม็อบ, ศูนย์เอราวัณ, เผาเมือง, เสื้อแดง
โพสต์ล่าสุด