Archive

Posts Tagged ‘ข่าวเด่นประจำวัน’

เผยยอดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต 14 พ.ค.- 21พ.ค.

May 21st, 2010


ศูนย์เอราวัณเผยยอดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต 14 พ.ค.- 21พ.ค.ล่าสุดผู้สียชีวิตแล้ว 52 คน บาดเจ็บ407คน และ รักษาตัวอยู่ไอซียู 15 คน

ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร หรือ ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร รายงานจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์มาตรกดดันของรัฐบาลล่าสุดว่า ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.- 21พ.ค.ในเวลา 06.00น. มีผู้สียชีวิตแล้ว 52 คน บาดเจ็บ 407 คน และ รักษาตัวอยู่ไอซียู 15 คน

นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยที่รักษาตัวในหอผู้ป่วยทั่วจำนวน 161 คน และรับยากลับบ้านไปแล้ว 231 คน

ข่าวเด่นประจำวัน , , , ,

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ห้าม‘จตุพร‘ออกนอกประเทศ

May 21st, 2010


นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยถึง การดำเนินคดีข้อหาก่อการร้ายกับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และ ส.ส. สัดส่วน พรรคเพื่อไทยว่า นายจตุพร ได้ใช้เอกสิทธิ์ ส.ส. คุ้มครอง ดีเอสไอ จึงไม่สามารถควบคุมตัวได้ ระหว่างสมัยประชุมสภา แต่เป็นคดีก่อการร้าย และเป็นคดีที่ร้ายแรง เกรงว่า นายจตุพร อาจเดินทางออกนอกประเทศ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) จึงได้ออกคำสั่งห้าม นายจตุพร ออกนอกราชอาณาจักร ส่วนการสอบสวนคู่ขนานในคดีก่อการร้าย ดีเอสไอ ได้รับสำนวนสอบสวนแล้ว 115 คดี คาดว่า จะมีส่งมาอีกหลายคดี เพราะมีคำสั่งเลื่อนการรายงานเอกสารธุรกรรมการเงินของกลุ่มบุคคลที่ ศอฉ. ได้สั่งห้ามทำธุรกรรมเพิ่มอีก 20 ราย เมื่อวานนี้ออกไปเป็น วันที่ 26 พ.ค. นอกจากนี้ อธิบดี ดีเอสไอ ยังกล่าวอีกว่า ศอฉ. ได้เตรียมจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการอำนวยความยุติธรรม (ศป.ยธ.) รวม 6 หน่วยงาน เพื่อทำงานสนับสนุนทาง ศอฉ. อีกด้วย

ข่าวเด่นประจำวัน , , , , ,

ห้างเซ็นทรัล เวิลด์ ไฟยังดับไม่หมด

May 21st, 2010

เซ็นทรัลเวิลด์ไฟยังไม่ดับสนิท จนท.ดับเพลิงไม่สามารถฉีดน้ำเข้าไปในพื้นที่ทรุดตัวได้ เตรียมกั้นรั้วห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ ห้างบิ๊กซี ราชดำริ เพลิงสงบแล้ว ส่วนวัดปทุมวนารามฯ ตรวจพบอาวุธซ่อนอยู่จำนวนหนึ่ง

เมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ยังคงมีกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นมาจากภายในอาคารอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเปิดเผยว่า สาเหตุที่ยังมีควันอยู่ เนื่องจากบริเวณด้านล่างของอาคารที่เป็นชั้นใต้ดิน มีการทรุดตัวลงไปลักษณะคล้ายแอ่งกระทะ ทำให้ยังมีไฟไหม้อยู่บริเวณด้านล่าง เพราะไม่สามารถฉีดน้ำลงไปดับไฟได้ เนื่องจากการทรุดตัวของอาคารทำให้วัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่ปิดทางน้ำ จึงทำได้เพียงการฉีดน้ำเลี้ยงไว้ เพื่อไม่ให้ลุกลามไปบริเวณอื่นๆ ของอาคาร ซึ่งต้องรอดูสถานการณ์อีกครั้งว่าต้องฉีดโฟมดับไฟหรือไม่ นอกจากนี้ ทางห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ได้ส่งเจ้าหน้าที่มากั้นแนวรั้วโดยเริ่มจากบริเวณที่ติดกับแยกราชประสงค์ ก่อน เพื่อกั้นไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ ส่วนห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีราชดำริ สามารถดับเพลิงได้ตั้งแต่เวลา 20.00 น.วานนี้ (20 พ.ค.)

ผู้สื่อข่าวรางานว่า บริเวณโดยรอบพื้นที่ชุมนุมย่านราชประสงค์ เจ้าหน้าที่ทหารยังคงตรึงกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด พร้อมทยอยรื้อเต็นท์กลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่บริเวณแนวใต้รถไฟฟ้าออกแล้ว โดยมีสื่อมวลชนทั้งในและนอกประเทศให้ความสนใจติดตามข่าวอย่างต่อเนื่อง

สำหรับวัดปทุมวนารามฯ เจ้าหน้าที่ได้เคลียร์พื้นที่ตั้งแต่ช่วงค่ำจนถึงเช้า ยังพบอาวุธซ่อนอยู่จำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ ตัวแทนชุมชนหลังวัดปทุมวนารามฯ ขอให้กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ เข้าไปตรวจสอบภายในชุมชนที่มีหลายร้อยหลังคาเรือน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีการหลบซ่อนของผู้ชุมนุม จากการตรวจสอบก็ไม่พบว่ามีการหลบซ่อน

ส่วนบรรยากาศภายในวัดปทุมวนารามฯ เจ้าหน้าที่ทหารได้ตรวจค้นรถทุกคันของผู้ชุมนุมที่นำมาจอดไว้ และได้ค้นรถฮอนด้า หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร 6043 พบของมีค่าประเภทนาฬิกา แหวน สร้อย กำไลหยก นำมาแอบซ่อนไว้ภายในรถ รวมถึงเลขที่บัญชีธนาคารของเจ้าทุกข์ จึงได้แจ้งให้ผู้เสียหายมาตรวจสอบ ซึ่งพบว่าถูกโจรกรรมมาจากร้านจิวเวลรี่ สยามเซ็นเตอร์ ที่อยู่ติดธนาคารนครหลวงไทย ซึ่งเจ้าทุกข์ได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว นอกจากนี้ ภายในวัดพบว่ามีขยะจำนวนมาก ที่ยังไม่สามารถเก็บทิ้งได้ ทางเจ้าอาวาส ได้ขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่เข้ามาเก็บให้เรียบร้อย คาดว่าน่าจะใช้เวลาอีก 1-2 วัน

ที่มา  news.sanook.com

ข่าวเด่นประจำวัน , , , ,

แห่ขูดเลขเด็ด ประดู่ทอง ถูก 3 งวดติด

August 17th, 2009

คอ หวย แห่มาหาเลขเด็ดต้นประดู่ทองหน้าวัดบึงบน จ.ชลบุรี เผย มีคนถูกมาแล้ว 3 ครั้งติดต่อกัน งวด 1 ส.ค.​ ชาวบ้าน ขูดได้เลข 986 ถูกใต้ดิน กว่าแสนบาท เมื่อเวลาประมาณ 22.10 น. วันที่ 14 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้ไปสังเกตการณ์บริเวณต้นประดู่ทอง หน้าวัดบึงบน ริมถนนสาย บ้านบึง-แกลง เขตเทศบาลเมืองบ้านบึง ปรากฏว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจาก มีนักแสวงโชค จากทั่วสารทิศแห่มาหาเลขเด็ด จากการขูดต้นประดู่ทอง บริเวณโคนต้นที่นักแสวงโชคจุดธูปเทียน กราบไหว้ จนกลุ่มควันพวยพุ่งไปทั่วบริเวณที่เกิดเหตุ
นายสมชาย พันธยุติ อายุ 52 ปี เจ้าของร้านค้าเรือนต้นไม้ อยู่ใกล้ต้นประดู่ทอง เปิดเผยว่า ยิ่งใกล้วันหวยออกปรากฏว่า ยิ่งมีนักแสวงโชคแห่มากันเนืองแน่น ขณะที่มีคนถูกมาแล้ว 3 ครั้งติดต่อกัน เมื่อหวยออก วันที่ 1 ส.ค. นายดำ มาบกรูด ขูดได้เลข 986 นำไปซื้อหวยใต้ดิน ถูกไป 1 แสนกว่าบาท  ส่วนวันนี้มีคนได้เลข แต่ไม่มีใครบอกว่าได้เลขอะไร

credit : http://www.classifiedthai.com/content.php?news=2256

ข่าวเด่นประจำวัน , , , , , ,

ยืด5มาตรการ1ปีซื้อใจคนรากหญ้า

August 12th, 2009

“รัฐบาล” เอาใจคนไทยอีกระลอกออก 5 มาตรการบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาค่าน้ำมันแพง ทั้งตรึงค่าไฟ-เอ็นจีวี-แอลพีจี 1 ปี ลดราคาขายปลีกดีเซล 2 บาทต่อลิตร พร้อมเปลี่ยนระบบเชื้อเพลิงเอ็นจีวีแท็กซี่ฟรี 3 หมื่นคัน ดึงเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง-กฟผ.กว่า 3.7 หมื่นล้าน แก้ปัญหา

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 10 ส.ค. ที่รัฐสภา นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน แถลงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบ 5 มาตรการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนจากราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น โดยจะใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รวมทั้งสิ้น 37,528 ล้านบาท เข้ามาอุดหนุน ทั้ง 5 มาตรการคือ 1. ลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล บี 2 ลิตรละ 2 บาท และน้ำมันดีเซล บี 5 ลิตรละ 40 สต. โดยไม่กำหนดระยะเวลา วงเงิน 1,154 ล้านบาทต่อเดือน 2.ตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ที่ปัจจุบันราคา 18.13 บาทต่อกก. เป็นเวลา 1 ปี จนถึงวันที่ 31 ก.ค. 53 วงเงิน 740 ล้านบาทต่อเดือน 3. ตรึงก๊าซธรรมชาติหรือเอ็นจีวี ที่ปัจจุบันอยู่ที่ 8.50 บาทต่อกก. วงเงิน 300 ล้านบาทต่อเดือน เป็นเวลา 1 ปี จะสิ้นสุดวันที่ 31 ก.ค. 53

4.ส่งเสริมให้รถแท็กซี่ 30,000 คันเปลี่ยนระบบเชื้อเพลิงเป็นเอ็นจีวี วงเงิน 1,200 ล้านบาทต่อเดือน และ 5. ตรึงอัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (ค่าเอฟที) จนถึงวันที่ 31 ก.ค. 53 หรือเป็นเวลา 1 ปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 92.55 สต.ต่อหน่วย โดยกฟผ. ต้องรับภาระในการตรึงค่าไฟฟ้า 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้ในการประชุมครม.วันที่ 11 ส.ค.นี้ จะนำมติกพช.เสนอให้ที่ประชุมครม.เห็นชอบ และเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร    นโยบายพลังงาน (กบง.) อนุมัติและประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้ไม่เกินภายใน สัปดาห์นี้ สำหรับการอุดหนุนน้ำมันจะทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีรายได้เหลือ 464 ล้านบาทต่อเดือน จากเดิมที่มีรายได้ 3,600 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งยังไม่กระทบต่อกองทุนมากนัก เพราะปัจจุบันยังมีเงินอยู่ 1.6 หมื่นล้านบาท

“การลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล บี 2 ลงลิตรละ 2 บาท แบ่งเป็น ยกเลิกการเก็บเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานลิตรละ 70 สต. และลดเงินนำเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อ เพลิง 1.17 บาทต่อลิตร ที่เหลือเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่งผลให้กองทุนมีรายได้จากดีเซล บี 2 เหลือ 0.53 บาทต่อลิตร ส่วนดีเซล บี 5 เดิมกองทุนชดเชยราคาลิตรละ 0.23 บาทต่อลิตร เป็นชดเชยเพิ่ม 0.81 สต. ทำให้ราคาดีเซลบี 2 สูงกว่าดีเซลบี 5 ที่ 1.20 บาทต่อลิตร”

ด้าน นายณัฐชาติ จารุจินดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศบริษัท ปตท. กล่าวว่า นโยบายในการตรึงราคาแอลพีจีเป็นเวลา 1 ปี จะทำให้ปริมาณการนำเข้าแอลพีจียังมีต่อเนื่องเฉลี่ย 6-8 หมื่นตันต่อเดือน และบางเดือนจะสูงถึง 1 แสนตัน ซึ่งอาจทำให้ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการนำเข้าแอลพีจีจะแตะระดับ 1 หมื่นล้านบาท ภายในเดือน พ.ย.-ธ.ค. 52 นี้ ซึ่งเร็วกว่าที่คาดไว้ และ ปตท. ไม่สามารถขออนุมัติวงเงินในการรับภาระกับที่ประชุมคณะกรรมการ ปตท. ได้อีก ดังนั้นภาครัฐจะต้องทยอยจ่ายคืนหนี้ในการนำเข้าแอลพีจีแต่ละเดือนไม่ควรต่ำ กว่า 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนของหนี้ใหม่ที่เกิดขึ้นในปี 52 ในขณะที่ภาระหนี้เก่าในปี 51 ก็ต้องทยอยจ่ายคืนตามกำหนดระยะเวลาด้วย

รายงานข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในช่วงเช้าของวันเดียวกัน นพ.วรรณรัตน์ ได้เปิดแถลงข่าวหลังร่วมเปิดตัวโครงการรณรงค์ “ถอดปลั๊ก พักเที่ยง” ซึ่งจะลดการใช้ไฟฟ้าสูญเปล่าด้วยการถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดช่วงพัก เที่ยง ซึ่ง กฟผ. จะรณรงค์ในย่านธุรกิจ เช่น สีลม สถานีรถไฟฟ้า โดยโครงการนี้ใช้กระทรวงพลังงานเป็นต้นแบบนำร่องจะมีการ ถอดปลั๊กทั้งในส่วนชุดคอมพิวเตอร์ และเครื่องถ่ายเอกสาร คาดจะลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 208,000 หน่วยต่อปี ลดค่าใช้จ่าย   ได้ 624,000 บาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 106 ตันต่อปี

ส่วน นายสมบัติ ศานติจารี ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. พร้อมปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ตรึงค่าไฟฟ้า คาดว่าไม่มีผลกระทบต่อสภาพคล่องของ กฟผ. แม้ว่าที่ผ่านมา กฟผ. จะเข้าไปร่วมรับภาระค่าเอฟที และประชาชนยังติดค้างค่าเอฟทีค้างจ่ายตั้งแต่ปีที่แล้ว รวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท เดิมภาระนี้จะหมดในปลายปี 2553 ก็ต้องเลื่อนไปกลางปี 2554

ทางด้าน นายพีระพล สาครินทร์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันการใช้ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ในไทยมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยครึ่งแรกของปี 52 (ม.ค.-มิ.ย.) เฉลี่ยวันละ 1.15 หมื่นตัน เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.3% แบ่งเป็น ภาคครัวเรือน 5,900 ตัน เพิ่ม 4.1% อุตสาหกรรม 1,400 ตัน ลดลง 25.5% และรถยนต์ 1,800 ตัน ลดลง 2.5% ส่วนหนึ่งผู้ใช้รถยนต์ที่เติมแอลพีจีหันมาเปลี่ยนเครื่องยนต์เอ็นจีวีมากถึง 131.3 ล้านลบ.ฟุตต่อวัน เพิ่มถึง 136.8% ขณะเดียวกันยังพบว่าประชาชนหันมาใช้พลังงานทดแทนเพิ่มอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าราคาน้ำมันดิบ  ตลาดโลกครึ่งปีแรก เฉลี่ยที่ 52.94 ดอลลาร์สหรัฐ  ต่อบาร์เรล ต่ำกว่าปีก่อนที่เฉลี่ย 104.03 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จนราคาขายปลีกในประเทศต่ำกว่าปีก่อน 7-12 บาทต่อลิตร

โดยยอดใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์อยู่ที่ระดับ 12.4 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่ม 56% แบ่งเป็นแก๊สโซฮอล์ 91 จำนวน 3.8 ล้านลิตรต่อวัน แก๊สโซฮอล์ 95 จำนวน 8.4 ล้านลิตรต่อวัน และแก๊สโซฮอล์ อี 20 จำนวน 0.18 ล้านลิตรต่อวัน ส่วนน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว 52.4 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่ม 1.4% ซึ่งเพิ่มขึ้นในส่วนของการใช้น้ำมันดีเซล บี 5 จาก 7.8 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 22.4 ล้านลิตร หรือเพิ่ม 187.4%

ขณะที่ นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรม การผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เห็นด้วยที่รัฐบาล  เตรียมพิจารณาปรับลดเงินนำส่งกองทุนน้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลในอัตรา 2 บาทต่อลิตร ซึ่งบางจากพร้อมจะลดราคาน้ำมันทันทีหลังรัฐบาลประกาศลดเงินเข้ากองทุน แต่เป็นห่วงเรื่องส่วนต่างของราคาน้ำมันดีเซล (บี 2) กับไบโอดีเซลบี 5 ที่อาจจะลดลงหลังการปรับลดเงินกองทุน ซึ่งจะทำให้ประชาชนหันไปใช้ดีเซลมากขึ้น จากปัจจุบันที่สัดส่วนการใช้ระหว่างดีเซลและไบโอดีเซลอยู่ที่ 50:50 จึงอยากให้รัฐบาลคำนึงถึงเรื่องนี้ ด้วยการทำให้ส่วนต่างอยู่ในระดับที่มากกว่า 1 บาทต่อลิตร เพื่อส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลต่อไป

credit : http://www.classifiedthai.com/content.php?news=2100

ข่าวเด่นประจำวัน , , , , , , ,

พ่อหื่นข่มขืนลูกคนโตท้อง

July 28th, 2009

พา’ทำแท้ง’ย่ามใจย่องขยี้กามคนรองอีก ไม่สำเร็จ-เรื่องแดงเผ่นหนี ตร.เต้นตามรวบตัวเอาไว้ได้

รวบโชเฟอร์รถสองแถวโฉด ตีตราบาปลูกสาวแท้ๆวัย 12 ขวบจนตั้งท้อง กระทั่งคลอดเป็นเพศหญิงวัย 5 เดือนแล้ว หลังเรื่องแดงหอบเมียหนีทิ้งลูกสาวทั้งสามคนเผชิญชะตากรรม ชาวบ้านโร่แจ้งศูนย์พิทักษ์เด็กฯเข้าเยียวยาสภาพจิตใจที่บอบช้ำ ก่อนประสานตำรวจไล่ล่าเกือบปี สุดท้ายจนมุมโดนรวบใน จ.นคร ปฐม รับหน้าตายทำเพราะฤทธิ์เหล้า อาศัยช่วงลูกเลิกเรียนทำบัดซบ ซ้ำรับยังเคยพยายามตีตราบาปให้ลูกคนรองวัยเพียง 11 ขวบ แต่ไม่สำเร็จ ตำรวจเผยแม่เด็กรู้ แต่น้ำท่วมปากเพราะกลัวผัวมาก ไม่แจ้งข้อหากันไว้เป็นพยาน

เหตุการณ์สะท้อนปัญหาสังคมรายนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 2 ส.ค. พ.ต.อ. พงษ์สิทธิ์ แสงเพชร รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ภักดีณรงค์ ผกก. พ.ต.ท.สมชาย ขำสัจจา สว.สส.สภ.นนทบุรี พร้อมฝ่าย   สืบสวนร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายโย (นาม สมมุติ) อายุ 36 ปี ภูมิลำเนาอยู่ย่านดุสิต กรุงเทพมหานคร โดยจับตามหมายของศาลจังหวัดนนทบุรี เลขที่ 317/2552 วันที่ 3 มิ.ย. 52 ในข้อหากระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งไม่ใช่ภรรยาตนโดยเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม โดยเป็นการกระทำต่อผู้สืบสันดาน

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงกลางปี 51 ทางพล.ต.ต.ทรงวุฒิ ถวัลย์กิจดำรง ผบก.ภ.จว. นนทบุรี ได้รับการประสานงานจากศูนย์พิทักษ์เด็กและสตรีจังหวัดนนทบุรีว่า มีเด็กหญิงวัย   12 ขวบ ถูกพ่อแท้ ๆ ข่มขืนกระทำชำเราจนตั้งท้องเหตุเกิดในบ้านพัก เขต อ.เมืองนนทบุรี หลังทราบเรื่องได้สั่งการให้ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนนทบุรีร่วมกับฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองนนทบุรี  สืบสวนจนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายโย แต่ผู้ต้องหาไหวตัวหลบหนีไปได้ จึงทำการสอบปากคำรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถออกหมายจับ จากนั้นประสานขอหมายจับ กระทั่งสามารถติด ตามจับตัวได้เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ ต.หนองปากโลง อ.เมือง จ.นครปฐม

สอบสวนนายโย รับสารภาพอย่างไม่สะทกสะท้านว่า อยู่กินกับเมียจนมีลูกสาว 3 คน คนโตเรียนอยู่ชั้น ป.6 คนรองวัย 11 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี ส่วนคนเล็กวัยเพียง 5 ขวบ โดยตนประกอบอาชีพขับรถสองแถวสายซอยเรวดี-วัดปากน้ำ เมื่อช่วงต้นปี 51 หลังดื่มจนเมาได้ฉวยโอกาสช่วงหลังลูกเลิกเรียน แล้วเมียยังไม่เข้าบ้านใช้กำลังปลุกปล้ำบังคับขืนใจลูกสาวคนโตจนสำเร็จความ ใคร่ จากนั้นก็ข่มขืนต่อเนื่อง กระทั่งลูกสาวตั้งท้องได้ 6 เดือน เคยพยายามพาไปหาหมอที่คลินิกแห่งหนึ่งย่านรามคำแหงทำแท้ง แต่หมอไม่ยอมทำให้ เนื่องจากอายุครรภ์มากแล้ว จึงจำใจต้องพาไปฝากครรภ์ที่คลินิกใกล้บ้าน จนลูกสาวคลอดออกมาเป็นเพศหญิงปัจจุบันวัย 5 เดือน อย่างไรก็ตามขณะที่ลูกสาวคนโตตั้งท้องยังเคยพยายามข่มขืนลูกสาวคนรอง แต่ลูกร้องไม่ยอม กระทั่งเรื่องแดงเข้าหูชาวบ้าน จำต้องหนีทิ้งลูกไว้ให้พ่อตาเลี้ยง

ด้านพ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ กล่าวว่า หลังทราบเรื่องทางเจ้าหน้าที่ศูนย์พิทักษ์เด็กได้นำลูกสาวคนรองของผู้ต้องหา ไปบำบัดรักษาเยียวยาสภาพจิตใจที่บอบช้ำ ส่วนลูกคนโตกับหลานทางญาติฝ่ายแม่เด็กอาสารับเลี้ยงดูแลเอง สำหรับแม่ของเด็กทั้งสามคนนั้น จากการสืบสวนพบว่าเพิ่งมาทราบเรื่องภายหลัง จึงตกอยู่ในสภาพน้ำท่วมปาก ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้ เพราะถูกสามีบังคับจนต้องหนีตามสามีไปด้วย เบื้องต้นได้ทำการสอบปากคำไว้ จากนั้นจะได้เร่งรัดสรุปสำนวนส่งอัยการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อไป

credit : http://www.classifiedthai.com/content.php?news=1808

ข่าวเด่นประจำวัน , , ,

หนีไปบวช ตร.รวบคาวัด จี้ชิงเงินสด 9 พัน

July 6th, 2009

หนุ่มนครปฐม ก่อเหตุ ใช้ปืนจี้ชิงทรัพย์ชาวบ้านได้เงินไป 9 พันบาท  ก่อนหนีไปบวชอยู่ที่ วัดอู่ทอง สุพรรณบุรี ตำรวจได้เบาะแสขออนุมัติออกหมายจับ ตามรวบได้คาวัด แต่เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 5 กค. พ.ต.ท.จินดา ตาทองศรี รักษาการแทน สารวัตรใหญ่ สภ.บางหลวง อ.บางเลน จ.นครปฐม สั่งการให้ พ.ต.ต.บรรเจิดเรืองวอน สารวัตร สืบสวน สภ.บางหลวงพร้อมชุดสืบสวนนำหมายจับของศาลจังหวัดนครปฐม ไปจับกุมตัว พระปัญญา หรือ นายปัญญา มน วงษ์พานิชย์ อายุ 29 ปี บ้านเดิมอยู่ 164 หมู่ 14 ต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ขณะบวชเป็นพระอยู่ที่วัดอู่ทอง หมู่ 6 ต.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เมื่อ เห็นหมายศาล พระปัญญา จึงยอมให้พระครูภาวนาภิมนต์ สึกจากการเป็นพระนำตัวส่งมอบให้ ร.ต.ท.วิชัย วันทะมาตร์ ร้อยเวร สภ.บางหลวง ดำเนินคดี
คดีนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 พ.ค. นายปรีชา ตังคุลานุพันธ์ อายุ 35 ปี อยู่ 126 หมู่ 6 ต.บางหลวง อ.บางเลน ถูกนายปัญญา ร่วมกับนายเพลิน ไม่ทราบนามสกุล ใช้ปืนจี้ชิงเงินสดไป 9,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่าคนร้ายคือนายปัญญาจึงขออนุมัติหมายจับแต่ผู้ต้อง หาให้การปฏิเสธ

credit : http://www.classifiedthai.com/content.php?content=918

ข่าวเด่นประจำวัน , , ,